ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก เว็บแทงบอลออนไลน์ vegus69.com

5 ธันวาคม 1998 ที่จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ใครๆ ก็รู้ว่า ที่นั่นมีคนไทยอาศัยอยู่เยอะมาก มากจนมันเคยเป็นจังหวัดที่ถูกเรียกเป็นชื่อไทยว่า ปัจจันตคิรีเขตร ดินแดนชายฝั่งติดทะเลที่น่าค้นหา และต้อนรับนักท่องเที่ยวมากมายต่อปี

ในวันดังกล่าว ครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่ง ได้ถือกำเนิดลูกชายคนที่สองของบ้านหลังน้อยๆ ขึ้นมา เด็กน้อยคนนั้นในอ้อมกอดของมารดามีชื่อว่า “ประ ทิวา”

ผ่านไป 18 ฝน 18 หนาว “ประ ทิวา” เริ่มต้นทุกอย่างจากกัมพูชา ก่อนจะย้ายมาใช้ชีวิตที่ประเทศไทยกว่า 15 ปี และวันนี้ เขานั่งอยู่ข้างหน้าเราในโรงแรมแห่งหนึ่งที่ประเทศมาเลเซีย ในฐานะนักเตะทีมชาติกัมพูชา ที่น่าภาคภูมิใจ

“ตอนแรก พ่อกับแม่ของผมอยู่ที่ประเทศกัมพูชาครับ เป็นคนกัมพูชาทั้งคู่ พวกเค้าเกิดในเมืองที่กัมพูชาเลย ไม่ได้ติดกับไทยหรืออะไรทั้งนั้น แต่ผมไม่รู้ว่าจังหวัดอะไร ต่อมาก็มาเจอกัน และย้ายมาอยู่ด้วยกันที่เกาะกง ซึ่งก็คือจังหวัดติดชายแดนไทย ติดจังหวัดตราดเนี่ยแหละครับ พอเค้าเกิดผมได้สามขวบ เค้าก็เอาผมมาอยู่ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ตั้งแต่เด็กเลยครับ อยู่กับ พ่อ แม่ และก็ยาย”

อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในอดีตนั้น คือพื้นที่ในเขตการปกครองของจังหวัดปัจจันตคีรีเขตร์ หรือจังหวัดเกาะกงในปัจจุบัน ก่อนที่จะกลายเป็นอำเภอคลองใหญ่ของประเทศไทย หลังจากที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทำสนธิสัญญากับฝรั่งเศส และยกฐานะเป็น กิ่งอำเภอคลองใหญ่ เมื่อ พ.ศ. 2455

นับตั้งแต่ที่พ่อกับแม่ของ ประ ทิวา ย้ายมาอยู่ที่คลองใหญ่ พวกเขาทั้งคู่ก็หาเลี้ยงครอบครัวด้วยการทำงานรับจ้างทั่วไปในอำเภอเล็กๆ แห่งนี้ ชีวิตที่เรียบง่ายของครอบครัวหนึ่งจากกัมพูชา ผ่านไปทุกวันทุกวันแบบไม่มีความหวือหวาใดๆ มากนัก

“พ่อแม่ของผมถือสัญชาติกัมพูชา มาอยู่กิน และทำงานเป็นแบบคนอพยพในจังหวัดตราด ก็รับจ้างทั่วไปในไทย การหากินในไทยมันง่ายกว่าครับ ค่าแรงดีกว่า พวกเขาต้องเลี้ยงดูลูกสี่คน มีพี่ชายผม (ปัจจุบันทำงานเกี่ยวกับกุญแจในจังหวัดชลบุรี), มีผม และน้องชาย กับ น้องสาว ที่ยังเรียนอยู่”

“พอผมมาอยู่ที่นี่ ผมก็ได้เรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ที่โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม เรียนยาว 15 ปี ตั้งแต่อนุบาล ยันจบ ม.6 เลยครับ”

“ตอนอนุบาล ผมเห็นพี่ๆ เค้าเตะบอลกัน ผมก็ชอบเลยครับ ผมชอบฟุตบอลตั้งแต่เด็กเลย แล้วก็มีอาจารย์ อังคาร ลัดลอย เห็นแววว่าผมเล่นได้ เค้าก็จับผมฝึกฟุตบอล อาจารย์เค้าเป็นคนสอนทั้งดนตรี และกีฬาในโรงเรียน คือตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะเล่นให้เก่งไปเลยหรอก แค่ชอบ และอยากเล่นไปเรื่อยๆ ต่อมาอายุประมาณ ป.3 อาจารย์ก็ให้ผมไปเล่นกับ รุ่นพี่ชั้น ม.2 – ม.3 พี่ๆ พวกนี้อายุห่างจากผมเกือบ 5-6 ปี บางคนก็เรียนอยู่คนละโรงเรียน บางคนก็ยังอยู่ประถมตอนปลาย บางคนก็อยู่โรงเรียนติดกัน แต่ส่วนใหญ่ก็เรียนในละแวกเดียวกันเดียวกันครับ”

 

ประ ทิวา ในวัยเด็ก ค้นพบว่าตนเองชอบฟุตบอล แต่บทชีวิตที่ลิขิตให้เขาเติบโตบนพื้นที่ที่ไม่ใช่สัญชาติที่เขามี ไม่ใช่ดินแดนประเทศที่เขาเกิด ทำให้เขารู้ตัวเองดีว่า เขากำลังจะขาดโอกาส หากยังดันทุรังต่อไปกับสิ่งที่เขารักมัน

“ต่อมาผมเปลี่ยนโรงเรียนมาเรียน ม.1 ผมก็ยังเล่นบอลแหล่ะครับ แต่เริ่มรู้สึกว่า ถ้ายังเล่นบอลในไทย มันจะไม่ทำให้เราติดสโมสรแน่นอน ไม่ทำให้เราติดทีมชาติแน่นอน เพราะโอกาสที่เด็กกัมพูชา จะได้เล่นไทยลีก เป็นไปได้ยาก ตอนนั้นคิดว่า เราคงสู้ตัวต่างชาติจากชาติอื่นไม่ได้”

“ถ้าผมยังเล่นบอลไปเรื่อยๆ ในประเทศนี้ ผมคิดว่าคงไม่รุ่งแน่ๆ เพราะผมถือสัญชาติกัมพูชา”

“แล้ววงของผมก็คว้าอันดับที่ 2 ของประเทศจากงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน และนั่นก็เป็นรางวัลเป็นชิ้นเป็นอันชิ้นแรกเลยที่ได้จากการเล่นดนตรี”

อันที่จริง ประ ทิวา เคยขอสัญชาติไทยมานานแล้ว และเขาก็บอกเราว่า เขาทราบดีว่า มันเป็นไปได้ยาก ซึ่งสุดท้าย เขาก็ได้บัตรสีชมพู (บัตรสำหรับผู้ผลัดถิ่น อยู่ได้ 10 ปี) เมื่อสมัยที่เรียนอยู่ชั้น ป.5 และตั้งแต่นั้นมา เขาก็ถือแต่บัตรนั้น

หลังจากนั้น เขาก็ตัดสินใจเปลี่ยนไปเล่นดนตรีสากล ในตำแหน่งมือกลอง ตอน เมื่ออยู่ชั้น ม.3 และนั่นก็ทำให้เขาคว้ารางวัลระดับประเทศมาครองได้สำเร็จ

“ตอนนั้นผมฝึกดนตรีครั้งแรกเลย เล่นอะไรไม่เป็นมาก่อนเลย ผมหมั่นซ้อมดนตรีไปเรื่อยๆ แต่ฟุตบอลก็ยังเล่นนะ พอเวลาเราเรียนเสร็จตอนเย็น ก็เล่นฟุตบอลเพื่อออกกำลังกาย และก็เล่นดนตรีไปด้วย แต่ส่วนใหญ่จะเน้นซ้อมดนตรีมากกว่า พอเวลาประมาณ ม.5 ได้มีโอกาสไปประกวดวงดนตรีเป็นตัวแทนของจังหวัดตราด”

“แล้ววงของผมก็คว้าอันดับที่ 2 ของประเทศจากงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน และนั่นก็เป็นรางวัลเป็นชิ้นเป็นอันชิ้นแรกเลยที่ได้จากการเล่นดนตรี”

“ตอนนั้น ผมก็เลี้ยงตัวเอง ส่งตัวเองเรียนครับ ผมไม่ต้องขอเงินจากพ่อแม่ ผมได้เงินจากการประกวดดนตรีในนามโรงเรียนมาบ้าง ผมก็จะเก็บเอาไว้ และก็มีเล่นบอลเดินสาย ใครจ้างก็ไป ส่วนมากจะเล่นเป็นกองหน้าหรือปีก เค้าก็จะเรียกไปเล่นที่จังหวัดตราดบ้าง จันทบุรีบ้าง ระยองบ้าง สระแก้วบ้าง แล้วแต่ใครจะเรียก ได้เงินราวๆ ทัวร์นาเมนต์ละ 3-4 พันบาท”

จุดหักเหสูงสุดในชีวิตของประ ทิวา เกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา ในวันที่เขาเรียนจบชั้น ม.6 เขาเริ่มกลับมาย้อนคิดอีกครั้งว่า เขาจะเล่นดนตรีต่อไป หรือจะเล่นฟุตบอลที่เขารัก แล้วเรื่องการเรียนอีกหละ เขาจะทำอย่างไร

“พอตอน ม.6 ใจของผมอยากเล่นฟุตบอลต่อ ผมเติบโตมาจากฟุตบอลแต่เด็ก จะให้ทิ้งมัน ผมก็ทิ้งไปไม่ได้ ตอนนั้นผมเครียด ผมเลือกไม่ถูก ผมพยายามจะหาจุดยืนในชีวิตให้กับตัวเอง ซึ่งมันมีสามทางเลือก ดนตรี, ฟุตบอล และเรียน”

“แล้วถ้าผมเรียนในกรุงเทพฯ ผมจะหาเงินเรียนยังไง มันเครียดไปหมด เพราะไม่มีเงินเรียนจริงๆ สุดท้ายผมก็ตัดสินใจไม่เรียนเลย ไม่ต่อมหาวิทยาลัยแล้ว ยังไงผมก็จะไม่เรียนต่อ ผมจะเก็บโอกาสทางการเรียนนี้ให้น้องสองคนดีกว่า”

“เราเลือกฟุตบอลนะ แต่ก็รู้ว่าเรามีข้อจำกัด จะไปเล่นสโมสรก็ต้องเป็นนักเตะต่างชาติ หลังจากนั้น ก็มีอาจารย์แนะนำให้ผมไปสอบดนตรีที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ในกรุงเทพฯ ซึ่งผมก็สอบติด วิชาดนตรีของมหา’ลัย”

“แต่ตอนนั้นผมก็เริ่มคิด ถ้าผมเรียนต่อ จะเอาตังค์ที่ไหนเรียน พ่อแม่จะเอาเงินที่ไหนส่งให้เรียน ฐานะเราก็ไม่ดี แล้วน้องเราล่ะ น้องอีกสองคน จะเอาเงินที่ไหนเรียน (น้องทั้งสองคนเรียนที่โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมเหมือนกัน)”

 

“แล้วถ้าผมเรียนในกรุงเทพฯ ผมจะหาเงินเรียนยังไง มันเครียดไปหมด เพราะไม่มีเงินเรียนจริงๆ สุดท้ายผมก็ตัดสินใจไม่เรียนเลย ไม่ต่อมหาวิทยาลัยแล้ว ยังไงผมก็จะไม่เรียนต่อ ผมจะเก็บโอกาสทางการเรียนนี้ให้น้องสองคนดีกว่า”

“ผมเครียดมากครับ คิดเกือบสองเดือน ก่อนถึงวันจ่ายเงิน ปรึกษาครูอาจารย์ แต่ไม่กล้าคุยกับพ่อแม่ เพราะเราเลี้ยงตัวเองแต่เด็ก ผมไม่ร้องไห้นะ ผมไม่เคยร้องไห้ แต่ผมเหม่อ ผมเศร้า พอผมเศร้า ผมก็จะไปเตะบอล ลูกบอลมันคือเพื่อน ทำให้ผมหายเศร้า”

“ตอนนั้น ผมนอนอยู่บ้านไม่ได้ทำอะไรเลย รอให้เค้าเรียกไปแข่งบอลหาเงินอย่างเดียว นอนคิดทุกวัน จนวันนึง ผมไปบอกยาย ยายครับ ยายพอจะรู้จักใครในกรุงพนมเปญไหม ผมจะคัดฟุตบอล”

บทชีวิตที่ผ่านมาสอนให้เขาเรียนรู้ว่า ไม่มีใครพาเขาออกไปจากพื้นที่เดิมได้ดีเท่าตัวของเขาเอง
ประ ทิวา ลุกจากพื้นที่ที่ทำให้เขาเครียด กระวนกระวาย และเริ่มต้นทำตามความฝัน

หลังจากที่เขาได้พูดคุยกับยาย ยายของเขาจึงไปบอกลุงที่อยู่ในกรุงพนมเปญว่า เจ้าหลานคนนี้อยากคัดฟุตบอล พอจะเป็นไปได้ไหม และเมื่อคำตอบว่า “มันพอจะเป็นไปได้นะ แต่ขึ้นอยู่กับฝีเท้าเอ็งด้วย” … ประ ทิวา ก็ไม่รอช้า เขาคว้าของใช้จำเป็น และสตั๊ดเก่าๆ คู่ใจออกจากบ้าน เดินทางไปกรุงพนมเปญคนเดียว

จากวันที่เขาปฏิเสธการเดินทางสู่กรุงเทพฯ มหานครของแผ่นดินที่เขาเติบโต เพื่อเรียนด้านดนตรี
จนถึงวันที่เขามุ่งตรงคัดฟุตบอล แบบไม่รู้ว่าปลายทางจะเป็นอย่างไรที่กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของแผ่นดินที่เขาเกิด
ระยะเวลามันห่างกันแค่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น

และในวันนั้นที่กรุงพนมเปญ….

“ดีใจมากครับ ผมดีใจมาก ผมโทรบอกครู ผมทำได้แล้วนะครับ ผมติดแล้วนะครับ พ่อแม่ก็ดีใจครับ วันที่ผมโทรไปบอกกับแม่ เขาร้องไห้ เขาคิดไม่ถึงว่าผมจะมาได้ขนาดนี้ ผมเพิ่งไม่มีเงินเรียน ไม่รู้ว่าชีวิตไปไหน”

“ตอนนั้นคิดว่า ถ้าไปไม่รอด ก็แค่กลับไปเตะบอลเดินสายหาเงินเลี้ยงตัวเอง และก็เล่นดนตรีไปเรื่อยๆ แต่เราต้องไปให้สุดทางฝันก่อน ผมไม่เคยไปพนมเปญเลยนะ ผมเดินทางไปคนเดียว พูดกัมพูชาก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร แต่ก็พอไปได้ เพราะผมเคยฟังจากที่บ้าน พ่อ แม่ และยาย พูดกัน (สมัยเรียน ประ ทิวา นอนอยู่ที่โรงเรียนเป็นหลัก ทำให้เขาไม่ค่อยได้ซึมซับภาษากัมพูชาเท่าไรนัก และจะได้ใช้ภาษานี้ เมื่อยามกลับบ้านเท่านั้น)

“พอผมไปถึง เขาก็ให้ผมไปคัดที่สโมสร พนมเปญ คราวน์ ทดสอบฝีเท้าอยู่ประมาณ 5-7 วัน แล้วเค้าก็โทรกลับมา เรียกเราไปทำสัญญา ก่อนหน้าทำสัญญา เค้ามีแมตช์ให้ผมเล่นทดสอบฝีเท้า แมตช์นั้นผมได้เล่นกองหน้าและยิงได้ นี่ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่เขาตัดสินใจเซ็นสัญญากับผม”

สัญญาฉบับแรกในชีวิตการเป็นนักเตะอาชีพของเขา เกิดขึ้นในวัยเพียง 17 ปี เมื่อปีที่แล้ว … มันเหมือนความฝัน มันเหมือนโอเอซิสในทะเลทราย ที่เขาไม่คิดว่าจะได้พบเจอ

ทุกสิ่งเกิดขึ้นรวดเร็ว และยิ่งใหญ่มากสำหรับ ประ ทิวา… เขาบอกกับเราว่า สัญญาฉบับดังกล่าวมีจำนวนเวลา 2 ปี และเงินเดือนของเขา เพียงพอที่จะส่งน้องชาย กับ น้องสาว เรียนหนังสือได้ที่เมืองไทย พร้อมกับทำให้พ่อกับแม่ และยาย อยู่อย่างสบายมากขึ้น

“ดีใจมากครับ ผมดีใจมาก ผมโทรบอกครู ผมทำได้แล้วนะครับ ผมติดแล้วนะครับ พ่อแม่ก็ดีใจครับ วันที่ผมโทรไปบอกกับแม่ เขาร้องไห้ เขาคิดไม่ถึงว่าผมจะมาได้ขนาดนี้ ผมเพิ่งไม่มีเงินเรียน ไม่รู้ว่าชีวิตไปไหน”

“ปกติผมจะไม่ร้องไห้ ผมไม่ชอบร้องไห้ แต่ผมเป็นคนจะทำจริงจัง ผมจะบอกตัวเองตลอดว่าจะต้องทำให้ได้”

เป็นความโชคดีของ ประ ทิวา เพราะสโมสรพนมเปญ คราวน์ เพิ่งผ่านการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่ หลังนักเตะระดับซีเนียร์มีปัญหา และนั่นก็ทำให้เขาในวัยย่าง 18 ปี กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทีมเซ็นสัญญาเข้ามาเพื่อเป็นอนาคตของทีม

“ฟุตบอลที่กัมพูชา ไม่ยากเท่าไทยครับ ที่ไทยแข็งกว่า ความสามารถเฉพาะตัวดีกว่า เล่นกันหนักกว่า เข้าบอลเร็วกว่า ขนาดบอลเดินสายที่ผมเล่น ผมว่ายังดีกว่า บอลลีกของกัมพูชาด้วยซ้ำ”

“มันทำให้ผมง่ายขึ้นสำหรับการเล่น เพราะผมผ่านอะไรหนักๆ มามาก ทำให้ผมเอาตัวรอดได้ ตอนที่ผมได้ลงแมตช์แรก ผมโชว์ผลงานไม่ประทับใจเท่าไร เพราะไม่ค่อยได้บอล เพื่อนในทีมยังไม่ไว้ใจผม ผมก็ยังพูดไม่ค่อยชัดด้วย พูดไปเค้าก็หัวเราะ แต่ผมไม่แคร์นะ ผมมานี่ ก็อยากแต่เล่นบอลอย่างเดียว ใครจะหัวเราะยังไง ผมก็ไม่สน ผมจะทำยังไงก็ได้ให้เล่นดีที่สุด เมื่อยามที่อยู่ในสนาม”

“พอแมตช์ที่สอง ผมก็ยังเล่นไม่ดีนะ ผมพลาดลูกยิงจ่อๆ ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงพนมเปญ มันเป็นหญ้าเทียม แล้วลูกมันก็เด้ง ผมแปโล่งๆ ข้ามคานไปเฉยเลย ตอนนั้นผมก็เริ่มใจไม่ดีนะ ตอนซ้อมก็ดร็อปลงชัดเจน”

“แต่หลังจากนั้น พอผมเริ่มปรับตัวได้ ผมก็เริ่มฟอร์มดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วมีอยู่นัดนึง เป็นฟุตบอลถ้วย ผมโชว์ฟอร์มได้ดีมาก เกมนั้นเจอกับทีมชาติ ยู-19 ของกัมพูชา ผมแอสซิสต์ 3 ลูก และยิงอีก 1 ลูก พาทีมชนะ 6-0 … ผมอายุประมาณ 18 ปี แล้วทั้งยิงทั้งจ่ายกับทีม ยู-19 ก็เลยทำให้เริ่มมีการชื่นชมจากแฟนบอล และสื่อ จนได้รับโอกาสเล่นเรื่อยๆ โค้ชก็เริ่มไว้วางใจขึ้นครับ”

 

เฮ้ดโค้ชตอนนี้ของ พนมเปญ คราวน์ คือ โอเลก สตารี่สคียี่ ซึ่งเป็นชาวยูเครน เขาเป็นคนชอบให้โอกาสเด็ก ซึ่งเหมือนกับ เลโอนาร์โด้ วิโตริโน่ เฮ้ดโค้ชทีมชาติกัมพูชาชุดใหญ่

ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ประ ทิวา เดินทางมาไกลเกินกว่าที่ตัวเขาเอง และผู้คนรอบกายจะคาดคิด เมื่อ วิโตริโน่ ตัดสินใจเรียกเขาติดทีมชาติกัมพูชา ชุดใหญ่ ในเกมเอเชี่ยนคัพ 2019 รอบคัดเลือก กลุ่มซี ในเกมกับ อัฟกานิสถาน ซึ่งกัมพูชาชนะไป 1-0 แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงสนาม และยังใสสะอาดอยู่กับสถิติทีมชาติชุดใหญ่ แต่การได้นั่งข้างสนามที่ม้านั่งสำรอง และลงซ้อมกับรุ่นพี่ทีมชาติกัมพูชา นั่นคือความฝันที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นจริงของเขา

พอหลังจากจบแมตช์ดังกล่าวกับชุดใหญ่ ประ ทิวา ก็ถูกเรียกติดทีมชาติกัมพูชา ต่อเนื่องในชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ลงแข่งขันฟุตบอล ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2018 รอบคัดเลือก เมื่อเดือนที่แล้ว โดยเขาได้ลงสนามครบทั้ง 3 เกมกับทีมชาติจีน, ญี่ปุ่น และ ฟิลิปปินส์ พร้อมทั้งติดทีมต่อเนื่องมาลุยซีเกมส์ครั้งนี้ และได้ลงสนามทุกนัด ซึ่งนัดที่ติดตาตรึงใจที่สุด นั่นคือ การได้พบกับ ทีมชาติไทย

“ผมว่า นักเตะกัมพูชา เล่นบอลสั้นได้ดีนะ แต่กองหน้าของกัมพูชา ไม่สามารถจบประตูได้ ซึ่งหมายถึงตัวของผมด้วย ทีมชาติไทย เค้าเล่นได้แม่นยำ จ่ายบอลดี ผ่านบอลไปถึงคนที่อยากให้ และจบสกอร์คมกว่าเรา นี่คือข้อแตกต่างของทีมชาติกัมพูชา กับ ทีมชาติไทย”

“ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะได้โอกาสรับใช้ทีมชาติบ้านเกิดตัวเอง ถึงแม้ว่าผมจะอยู่ที่ไทย เรียนที่ไทยก็ตาม แต่ผมก็ดีใจมากที่ได้ติดทีมชาติกัมพูชา ได้ทำหน้าที่ของนักกีฬาให้กับประเทศที่ผมเกิดมา”

“มันเป็นอะไรที่แบบ ผมพูดไม่ออก ผมพูดออกมาไม่ได้เลยเลยครับ (น้ำตาคลอเล็กน้อย)”

ผมอยากเล่นไทยลีกสักครั้ง ผมชอบพี่เจ (ชนาธิป สรงกระสินธ์) ผมชอบเมืองทอง (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) ผมเคยฝันเล่นๆ จริงๆ นะ ว่าอยากเล่นไทยลีก ตอนที่ผมยังอยู่ในจังหวัดตราด ตอนนี้ผมก็ยังฝันอยู่นะ ว่าสักวันผมจะได้เล่นไทยลีก

ประ ทิวา คือชีวิตของนักฟุตบอลคนหนึ่ง ที่ไม่เคยก้มหน้าให้กับความผิดหวัง

เขาเกิดมาพร้อมกับความไม่มี
ต้นทุนชีวิตของคนเราไม่เท่ากัน
แต่เขาก็ไม่เคยเชื่อว่า ความไม่มีจะทำให้ชีวิตของเขาจะต้อง “ไม่มี” ตลอดไป

เขาไม่มีโอกาสทางฟุตบอล เขาก็ไปเล่นดนตรี จนคว้ารางวัล
เขาไม่มีเงินเท่าคนอื่น เขาก็เตะบอลเดินสาย
เขาไม่มีเงินเรียนต่อทางด้านดนตรี เขาก็หันกลับมาเล่นฟุตบอล
เขาไม่มีสัญชาติไทย เขาก็ไปเล่นฟุตบอลที่กัมพูชา

“ผมเคยฝันเอาไว้ว่า ผมอยากเล่นไทยลีกสักครั้ง ผมชอบพี่เจ (ชนาธิป สรงกระสินธ์) ผมชอบเมืองทอง (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) ผมเคยฝันเล่นๆ จริงๆ นะ ว่าอยากเล่นไทยลีก ตอนที่ผมยังอยู่ในจังหวัดตราด ตอนนี้ผมก็ยังฝันอยู่นะ ว่าสักวันผมจะได้เล่นไทยลีก”

Credit by แทงบอล

Related Posts

แทงบอลออนไลน์

10 อันดับดาวยิงสูงสุดตลอดกาลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ก้าวสู่ปีที่ 25 ของศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ มาดูกันว่าผู้ทำประตู 10 อันดับแรก จะเป็นใครกันบ้าง มาดูกันเลย แทงบอลออนไลน์ ตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกกันมาเมื่อปี 1992 เราก็ชมฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษภายใต้ชื่อนี้กันมาถึง 25 ฤดูกาลเต็ม ๆ เข้าไปแล้ว ใครคือยอดดาวยิงตลอดทั้ง 25 ฤดูกาล ที่ทำประตูเยอะที่สุด 10 อันดับแรก 10.โรบิน ฟาน เพอร์ซี อดีตกองหน้ากัปตันทีม ไอ้ปืนใหญ่ ภายหลังจากย้ายเข้ามาค้าแข้งให้ทีมดังยังกรุงลอนดอนถึง 8 ปี แต่กลับทำได้เพียงแค่ครองถ้วย เอฟเอ คัพ 1 สมัย Read more…

แทงบอลออนไลน์

วิเคราะห์แผนการเล่น Jose Mourinho

วิเคราะห์แผนการเล่น Jose Mourinho ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาแผนการเล่นที่ได้ระบความนิยมมากที่สุดในวงการฟุตบอล นั้นคือแผน 4-4-2 แต่ปัจจุบันแผน 4-4-2 ได้ถูกพัฒนามากขึ้นหลากหลายรูปแบบ และบางครั้งก็จะถูกปรับให้เข้ากับทีมเพื่อความสมบูรณ์ และปรับให้เข้ากับการการแข่งขันในนัดนั้นๆ สไตล์วิธีการ 4-4-2 แบบใหม่นี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายังแสดงให้เห็นถึงมันสมองของผู้จัดการจะปรับการสร้างวิธีการต่างๆตั้งแต่กลยุทธ์ต่างๆ ในนัดนั้นๆ บทความนี้ได้วิเคราะห์แผนการเล่น 4-4-2 ของ Jose Mourinho ที่ใช้กับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และได้วิเคราะห์การเล่นเกมรับของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษด้วย ด้วยการทำทีมด้วยปรัชญาการไหลลื่นในการโจมตีในแนวทางของผู้จัดการทีมส่วนใหญ่ในปัจจุบันความสามารถของผู้เล่นในการโจมตีจะได้รับน้ำหนักมากกว่าความสามารถในการป้องกันของพวกเขา เป็นการมองข้ามความแตกต่างในแบบเต็มรูปแบบและแบบย้อนยุคควรเน้นถึงบทบาทที่แตกต่างกันในวันนี้เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงระบบโดยให้ความสำคัญกับจังหวะและความสามารถในการมีอิทธิพลต่อระยะโจมตีมากกว่าการวางตำแหน่งความสามารถในการทำเครื่องหมายและความแข็งแกร่ง นี่อาจบ่งชี้ว่าทำไมฟุตบอลสมัยใหม่ถึงได้เห็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อป้องกันกลวิธีทางยุทธวิธีมากกว่าการพึ่งพาความสามารถของผู้เล่น วิธีนี้จะชดเชยให้กับผู้เล่นที่เน้นการโจมตีเป็นพิเศษโดยมีความสามารถในการป้องกันที่แย่สำหรับตำแหน่งของพวกเขาซึ่งตอนนี้อยู่ในตำแหน่งที่เคยได้รับการป้องกันแล้ว มีหลายวิธีในการป้องกันทางยุทธวิธีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโดยใช้วิธีการกดสูงซึ่งเป็นที่นิยมมากตำแหน่งกองกลางของการครอบครองที่ได้รับความสำคัญทางยุทธวิธีอันยิ่งใหญ่และในสถานการณ์นี้ทีมที่ปรับตัวให้เข้ากับรูปร่างที่แข็งแกร่งขึ้นในช่วงการป้องกัน รูปแบบการยืนตำแหน่ง Jose Mourinho มักจะเปลี่ยนแปลงการยืนตำแหน่งของนักเตะระหว่างเกม Read more…

แทงบอลออนไลน์

ปรัชญาที่เปลี่ยนไปของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เขาเป็นโค้ชในอุดมคติ หรือว่าเป็นแค่โค้ชที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อยมากที่สุดคนหนึ่ง? วันนี้ ขอพูดถึง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่แห่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียหน่อย เดี๋ยวนี้คำว่า “ปรัชญาลูกหนัง” สำหรับผู้จัดการทีมแต่ละคนกลายเป็นเรื่องตลกที่ถูกล้อเลียนกันไปแล้ว อย่างน้อยก็ที่อังกฤษล่ะที่นึง เพราะคำที่ว่านั้นเหมือนกับการแสดงความหยิ่งผยองของกุนซือที่สัญญาลมๆ แล้งๆ ว่าจะทำทีมให้บินสูงกว่าเดิมเสียมากกว่า เพราะเดี๋ยวนี้แนวทางของทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปก็เป็นเหมือนพิมพ์เขียวที่ปฏิบัติตามกันมาคือ กิน, นอน, ใช้เงิน และก็ทำมันซ้ำไปมา บาร์เซโลน่าของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่ใช่แค่แนวทางการเล่นเท่านั้น แต่รวมถึงแนวทางการสร้างทีมด้วย พวกเขามีนักเตะจากทีมชุดเยาวชนเป็นแกนหลัก แต่ก็มีบางทีมซึ่งทำในสิ่งที่แตกต่างจนเป็นที่กล่าวขาน นั่นคือบาร์เซโลน่าของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่ใช่แค่แนวทางการเล่นเท่านั้น แต่รวมถึงแนวทางการสร้างทีมด้วย พวกเขามีนักเตะจากทีมชุดเยาวชนเป็นแกนหลัก Read more…